วันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2555

welcome

welcome  to suchat   pomamtas
ครบรอบ 11 ปี รัฐพิธีเปิดโรงไฟฟ้าวังน้อย
ในวันที่ 7 สิงหาคม 2552 จะเป็นวันครบรอบ 11 ปี แห่งรัฐพิธีเปิดโรงไฟฟ้าวังน้อยอย่างเป็นทางการ โดยโรงไฟฟ้าวังน้อย เป็นโรงไฟฟ้าประเภทพลังความร้อนร่วม ใช้ก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทยและประเทศเมียนม่าเป็นเชื้อเพลิงหลัก และใช้น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิงสำรองในการผลิตพลังงานไฟฟ้า ติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้า จำนวน 3 ชุด โดยชุดที่ 1–2 ติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาดกำลังผลิตชุดละ 652,180 กิโลวัตต์ แต่ละชุดประกอบด้วยเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากังหันก๊าซขนาด 223,370 กิโลวัตต์ จำนวน 2 เครื่อง และเครื่องกังหันไอน้ำขนาดกำลังผลิต 205,440 กิโลวัตต์ จำนวน 1 เครื่อง ส่วนชุดที่ 3 ติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาดกำลังผลิตชุดละ 722,750 กิโลวัตต์ จำนวน 1 ชุด ประกอบด้วย เครื่องกังหันก๊าซขนาดเครื่องละ 232,980 กิโลวัตต์ จำนวน 2 เครื่อง และเครื่องกังหันไอน้ำขนาดกำลังผลิต 256,790 กิโลวัตต์ จำนวน 1 เครื่อง รวมกำลังผลิตทั้งสิ้น 2,027,110 กิโลวัตต์ สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ปีละ 14,233 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง

นายมโน วงศ์ผาสุกโชติ ผู้อำนวยการโรงไฟฟ้าวังน้อย (อฟว.) ได้กล่าวถึงผลการดำเนินงานที่ผ่านมา 11 ปีว่า โรงไฟฟ้าวังน้อยมีวิสัยทัศน์ คือ เป็นโรงไฟฟ้าชั้นนำ ผลิตไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพตามมาตรฐานสากล โดยรับผิดชอบต่อชุมชนและสังคม โดยมีกำลังผลิตเป็นอับดับ 4 ของประเทศ สามารถผลิตไฟฟ้าสร้างรายได้ให้กับ กฟผ. ปีละกว่า 4,000 ล้านบาท ตลอดระยะเวลา 11 ปีที่ผ่านมา โรงไฟฟ้าวังน้อยได้รับรางวัลดีเด่นมากมาย เช่น ในปี 2545 ได้รับรางวัล EIA Award ของสำนักงานนโยบายและสิ่งแวดล้อม กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปี 2545 และ 2551 ได้รับรางวัล Zero Accident จากการปฏิบัติงานโดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บถึงขั้นหยุดงานเป็นเวลานานในระดับจังหวัด จำนวน 2 ครั้ง และในระหว่างปี 2546–2552 ได้รับรางวัลสถานประกอบการดีเด่นระดับประเทศ 7 ปีซ้อน จากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกระทรวงแรงงาน และยังได้รับการรับรองระบบมาตรฐานสากล ISO 14001, ISO 9001, มอก. 18000 จากสถาบันรับรองมาตรฐานสากล BVQI และได้รับรางกิจกรรม 5ส. ระดับดีเด่นของ กฟผ. มาตั้งแต่ปี 2542


ตามแผน PDP ของ กฟผ. ในปี 2554 จะดำเนินการสร้างโรงไฟฟ้าวังน้อย ชุดที่ 4 ขนาดกำลังผลิต 820,000 กิโลวัตต์ ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนขออนุมัติจัดทำ EIA คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จและจ่ายไฟฟ้าได้เชิงพาณิชย์ในปี 2557 และในอนาคตโรงไฟฟ้าวังน้อยมีแผนจะนำระบบ ISO 26000 เข้ามาบริหารอย่างเต็มรูปแบบ นอกจากนั้นยังมีแผนนำระบบบริหาร TQM เข้ามาใช้และกำหนดเป้าหมายยื่นขอรับรางวัล TQA ในเวลา 5 ปีต่อจากนี้ไปอีกด้วย

ตลอดระยะเวลา 11 ปีที่ผ่านมา โรงไฟฟ้าวังน้อยยืนหยัดเคียงคู่กับประชาชนรอบๆ โรงไฟฟ้ามาตลอด เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่มีอาชีพทางการเกษตร ดังนั้น โรงไฟฟ้าวังน้อยจึงมุ่งเน้นให้ความรู้เรื่องชีววิถีกับชาวบ้านเป็นหลัก โดยภายในโรงไฟฟ้าได้ดำเนินการจัดทำแปลงเกษตรอินทรีย์ เพื่อแสดงให้เห็นว่าโรงไฟฟ้าวังน้อยได้รักษาสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง นอกจากนั้น ยังส่งเสริมให้พนักงานมีจิตอาสาเพื่อช่วยเหลือสังคมอีกทางหนึ่งด้วย โดยภารกิจหลักของโรงไฟฟ้าวังน้อยคือ การผลิตพลังงานไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูงสุดรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าของประชาชนอย่างเพียงพอ เพื่อความสุขของประชาชน โดยมีความรับผิดชอบต่อสังคมรอบบริเวณโรงไฟฟ้าเป็นอย่างดีและยั่งยืนสืบไป


 
ศรดิษฐ ชื่นชูศักด์ : รายงาน

3 ความคิดเห็น: